สิ่งที่น่าสนใจ 3 minutes 27 มกราคม 2022

ชาวอิตาเลียนแท้ ๆ ฉลองเทศกาลกันอย่างไร?

นี่คือคู่มือวัฒนธรรมการใช้ชีวิตให้อร่อยตามวิถี “La Dolce Vita”

Italy culture Italian

หากจะมีสิ่งหนึ่งที่ชาวอิตาเลียนทำได้ดีก็คงเป็นศิลปะการใช้ชีวิตอย่าง “La Dolce Vita” ซึ่งแปลได้ประมาณว่า ใช้ชีวิตดี กินให้อร่อย คำนี้มีต้นกำเนิดจากดินแดนที่ทำให้เรารู้จักทุกอย่างตั้งแต่พาสตาไปจนถึง Prada ตั้งแต่มีเกลันเจโล (Michelangelo) ไปจนถึง Maserati และเป็นคำที่โด่งดังมาจากภาพยนตร์ชื่อเดียวกันที่ออกฉายเมื่อ 60 ปีที่แล้ว คำกล่าวนี้แสดงให้เห็นถึงการใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าและมีความหมาย

สำหรับในแง่อาหาร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงออกทางวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ทั้งคนท้องถิ่นและผู้มาเยือนจะได้ลิ้มลองรสชาติของชีวิต ทั้งความอร่อยที่ได้รับและความสุขอันแสนเรียบง่าย โดยการใช้เวลาอย่างเพลิดเพลินและมีคุณค่าไปกับเพื่อนและครอบครัวควบคู่ไปกับอาหารรสเลิศ นอกจากนี้ชาวอิตาเลียนยังเฉลิมฉลองความสุขของชีวิตด้วยเทศกาลต่าง ๆ ซึ่งมักจะมาพร้อมกับการทำอาหาร ตั้งแต่ Zampone ไส้กรอกหมูแบบดั้งเดิมในช่วงคริสต์มาส ไปจนถึงเค้ก Colomba ในเทศกาลอีสเตอร์

และนี่คือข้ออ้าง 4 ประการให้คุณได้เฉลิมฉลองและ “กิน” ดุจคนอิตาเลียนขนานแท้

Carnevale
การเฉลิมฉลองที่จัดขึ้นทั่วทั้งอิตาลี เทศกาล Carnevale เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติเมื่อพูดถึงหน้ากากอันประณีต เครื่องแต่งกายแฟนซี และขบวนพาเหรด ส่วนอาหารซึ่งเป็นสิ่งที่ขึ้นชื่อของเทศกาลประจำปีนั้นมาจากคำภาษาละตินที่แปลว่า “งดเนื้อสัตว์” เนื่องจากเดิมเทศกาลนี้จัดขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้ถือศีลก่อนถึงเทศกาลมหาพรต

ของหวานที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของเทศกาลนี้ล้วนเป็นของทอด ไม่ว่าจะเป็น Crostoli แป้งทอดกรอบโรยน้ำตาลไอซิ่ง Graffe Napoletane โดนัททอดเคลือบน้ำตาล และแป้งทอด Frittelle di Riso

ใครบอกว่าคุณจะต้องงดขนมกันล่ะ


Sagra
ว่ากันว่าชาวอิตาเลียนชื่นชอบอาหารของพวกเขามาก คู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับประเทศอิตาลี ประจำปี 2565 รวบรวมร้านอาหารที่ได้รับรางวัลดาวมากถึง 378 ดวง ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์ และเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับรางวัลดาวมากที่สุดในโลก! เรียกว่าจากร้านพิชซ่าท้องถิ่นไปจนถึงร้านอาหารที่ได้รับรางวัลดาวมิชลิน มีตัวเลือกมากมายให้คุณได้ลิ้มลอง

และเพื่อเฉลิมฉลองชีวิตที่ดีเหมือนชาวอิตาเลียนอย่างแท้จริง อย่าพลาดการลิ้มรสอาหารแบบดั้งเดิมที่ Sagra หรืองานเทศกาลในท้องถิ่นของอิตาลี เทศกาลท้องถิ่นเหล่านี้มีจัดขึ้นตลอดทั้งปีและเป็นที่แพร่หลายกันมากในช่วงเดือนที่อากาศอบอุ่น เพื่ออุทิศให้แก่นักบุญผู้อุปถัมภ์และ/หรือผู้มอบธัญญาหาร

ในแคว้นทัสคานี หนึ่งในงานที่ผู้คนตั้งตารอมากที่สุดคือเทศกาล Ranocchiocciola ที่เมืองลุกกา ช่วงเดือนกรกฎาคม โดยมีไฮไลต์อยู่ที่หอยทากและกบ และงาน Sagra della Bistecca Chianina ที่เมืองคอร์โทนาในเดือนถัดมา ซึ่งเป็นงานจัดแสดงเนื้อวัว Indicazione Geografica Protetta (IGP) อันทรงคุณค่า

ส่วนเทศกาล Sagra dell'Uva di Marino นั้นเป็นที่ชื่นชอบของชาวเมืองและนักท่องเที่ยวผู้รักการดื่ม เรียกว่าหากได้ไปเยือน คุณจะสามารถมองเห็นไวน์ขาวที่หลั่งไหลแทนสายน้ำได้ที่อนุสาวรีย์ Four Moors ในเมืองลีวอร์โน ในการเฉลิมฉลองเทศกาลไวน์ประจำปี ซึ่งจัดขึ้นในวันอาทิตย์แรกของเดือนตุลาคม

คนรักไวน์อย่าได้พลาดเชียว

Pasqua
ลืมกระต่ายและการหาไข่อีสเตอร์ที่คุ้นเคยไปได้เลย ผู้คนในอิตาลีนิยมเฉลิมฉลองพิธีมิสซาในโบสถ์โดยเริ่มต้นตั้งแต่วันศุกร์ประเสริฐ (Good Friday) ตามประเพณีโบราณ ตามด้วยงานเลี้ยงอีสเตอร์ในวันอาทิตย์ และ Pasquetta (หลังจากอีสเตอร์วันอาทิตย์ และยังเป็นวันหยุดประจำชาติอีกด้วย)

ในบรรดาขบวนแห่ที่มีสีสันทั่วประเทศ เทศกาลทางศาสนาที่ยาวนานที่สุดในอิตาลีอย่าง Processione dei Misteri di Trapani (ขบวนความลึกลับแห่งตราปานี) จัดขึ้นที่เกาะซิซิลี ตั้งแต่เวลา 14.00 น. ของวันศุกร์ประเสริฐ (Good Friday) รูปปั้นและประติมากรรมต่าง ๆ จะถูกแห่อย่างเร่าร้อนไปตามถนนตราปานี ซึ่งกินเวลานานถึง 24 ชั่วโมง

พิธีกรรมในเทศกาลดำเนินต่อไปด้วยการจัดเลี้ยงอาหาร โดยมีอาหารอิตาเลียนประจำเทศกาลอีสเตอร์ชื่อดังอย่าง Torta Pasqualina พายรสเผ็ดที่มักยัดไส้ด้วยผักใบเขียว ชีส และขนมปังถัก Pane di Pasqua ไปจนถึง Colomba เค้กอีสเตอร์ซึ่งคล้ายกับ Panettone เค้กประจำเทศกาลคริสต์มาส แต่มีรูปร่างเหมือนนกพิราบและใช้เปลือกส้มหวานแสนอร่อยแทนผลไม้แห้ง


Natale
เมื่อพูดถึงขนมปัง Panettone, Pandoro และ Panforte ต้องนึกถึงงานเลี้ยงเทศกาล Natale หรือเทศกาลคริสต์มาสแบบอิตาลีนั่นเอง เพื่อดื่มด่ำกับช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งปีของอิตาลี การเฉลิมฉลองวันพิเศษนี้แตกต่างกันไปตามภูมิภาค แต่ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็สามารถเพลิดเพลินกับอาหารรสเลิศอันอุดมสมบูรณ์แบบชาวแดนมักกะโรนีท่ามกลางบรรยากาศต้องมนตร์ได้เสมอ

ชาวยุโรปแดนเหนืออาจกินเนื้อกวางหรือของป่า แต่สำหรับชาวอิตาเลียนแล้วอาหารทะเลเป็นจุดเด่นของงานเลี้ยง เขาเรียกว่า Feast of the Seven Fishes ซึ่งเป็นมื้อในช่วง La Vigilia di Natale หรือวันคริสต์มาสอีฟนั่นเอง โดยมีอาหารทะเลที่โดดเด่นและเป็นที่นิยม เช่น Capitone (ปลาไหล) และ Baccalà (ปลาค็อดแบบเค็มแสนอร่อย)

แต่งานเลี้ยงที่แท้จริงนั้นจะเริ่มต้นในวันรุ่งขึ้นพร้อมอาหารหลากชนิดตั้งแต่ Capon หรือไก่ย่างยัดไส้ คู่หูประจำเทศกาลอย่างไส้กรอกหมู Cotechino และ Zampone ขาหมูยัดไส้ของทัสคานี ผู้ชื่นชอบการรับประทานอาหารยังจะได้เพลิดเพลินกับริคอตตาและผักโขมยัดไส้เครปโรลที่เรียกว่า Crespelle alle Fiorentina ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสอันอบอุ่นอีกด้วย

เสริมความสนุกให้ช่วงเวลาแสนพิเศษเช่นนี้ด้วยฟองนุ่มนวลจากน้ำแร่ธรรมชาติ S.Pellegrino น้ำเปล่าอัดลมและน้ำแร่ธรรมชาติ Acqua Panna จากทัสคานี แม้ว่าคุณจะไม่ได้อยู่ในประเทศอิตาลีแต่ก็สามารถดื่มด่ำกับชีวิตในแบบ La Dolce Vita กันได้ เพื่อช่วยเพิ่มช่วงเวลาแห่งความอร่อยให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือนร่วมกับครอบครัวและมิตรสหายของคุณแบบชาวอิตาเลียนขนานแท้

และนี่คือร้านอาหารอิตาเลียนที่มีรายชื่ออยู่ในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับประเทศไทย ประจำปี 2565 ในกรุงเทพฯ และภูเก็ตที่เราแนะนำ

สิ่งที่น่าสนใจ

ดูอย่างอื่นต่อ - เรื่องราวที่คุณอาจสนใจ