ขอบคุณผู้สนับสนุนและพันธมิตรทั้งหมดของเรา

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

ผู้สนับสนุนหลักระดับแพลทินั่ม

การส่งเสริมการท่องเที่ยว เกิดขึ้นโดยพระดำริของพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ครั้งทรงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการรถไฟ ได้มีการส่งเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองไทยไปเผยแพร่ในสหรัฐอเมริกา ใน พ.ศ. 2467 ได้มีการจัดตั้งแผนกโฆษณาของการรถไฟขึ้น ทำหน้าที่รับรอง และให้ความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาประเทศไทย รวมทั้งการโฆษณาเผยแพร่ประเทศไทย ให้เป็นที่รู้จักของชาวต่างประเทศ มีสำนักงานตั้งอยู่ที่กรมรถไฟ เชิงสะพานนพวงศ์ ต่อมาได้ย้ายมาตั้งที่สถานีรถไฟหัวลำโพง เมื่อพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ทรงย้ายไปดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงพาณิชย์ และคมนาคม งานด้านส่งเสริมการท่องเที่ยวได้ย้ายไปอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ และคมนาคมด้วย แต่ยังคงทำงานร่วมกับกรมรถไฟ มีสำนักงานตั้งที่ถนนเจริญกรุง หน้าไปรษณีย์กลาง

การส่งเสริมการท่องเที่ยวได้เริ่มขึ้นอย่างชัดเจนใน พ.ศ. 2479 เมื่อ กระทรวงเศรษฐการ เสนอโครงการบำรุงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศสยามต่อคณะรัฐมนตรี โดยเสนอแผนและวัตถุประสงค์ของการอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 3 ประการ คือ

1. งานโฆษณาชักชวนนักท่องเที่ยว

2. งานรับรองนักท่องเที่ยว

3. งานบำรุงสถานที่ท่องเที่ยวและที่พัก

กระทรวงเศรษฐการได้มอบงานนี้ให้กรมพาณิชย์ เป็นผู้จัดทำเพราะกรมพาณิชย์มีแผนกส่งเสริมพาณิชย์ และท่องเที่ยวอยู่กระทรวงเศรษฐการได้ดำเนินการเรื่องนี้ต่อมาจนเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดขึ้น และสำนักงานถูกระเบิด จึงเลิกกิจการไปชั่วคราว

เมื่อ พ.ศ. 2492 กรมโฆษณาการได้ทำความตกลงกับกระทรวงเศรษฐการ ซึ่งในสมัยนั้นมีชื่อว่า กระทรวงพาณิชย์และคมนาคม ขอโอนกิจการส่งเสริมการท่องเที่ยว จากกระทรวงพาณิชย์และคมนาคมมาอยู่กับกรมโฆษณาการ สำนักนายกรัฐมนตรี และให้เรียกส่วนงานนี้ว่า "สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยว" ต่อมากรมโฆษณาการได้พิจารณาเห็นว่ากิจการส่งเสริมการท่องเที่ยวกำลังตื่นตัวในประเทศไทยมาก จึงได้จัดตั้งสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวให้มีฐานะเทียบเท่ากอง เรียกว่า "สำนักงานท่องเที่ยว" โดยพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการกรมโฆษณาการในสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2493

จนกระทั่งปี พ.ศ. 2501 เมื่อจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ไปพักรักษาตัวอยู่ ณ โรงพยาบาลวอลเตอร์รีด สหรัฐอเมริกา ได้ศึกษากิจการท่องเที่ยวด้วยความสนใจ และได้ดำริที่จะส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศอย่างจริงจัง ในปีต่อมาเมื่อจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีประกาศพระราชกฤษฎีกาจัดแบ่งส่วนราชการ กรมประชาสัมพันธ์ พ.ศ. 2502 โดยตัด "สำนักงานท่องเที่ยว" ออก แล้วจัดตั้งขึ้นเป็นองค์การอิสระ เรียกว่า "องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย" มีชื่อย่อว่า "อ.ส.ท." โดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยว พ.ศ. 2502

องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแต่เดิมนั้นมีหน้าที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นส่วนใหญ่ ต่อมาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้ขยายตัวอย่างกว้างขวางรวดเร็ว จำเป็นต้องปรับปรุงอำนาจหน้าที่ของ อ.ส.ท. ให้มีขอบเขตการปฏิบัติงานกว้างขวางยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการพัฒนา อนุรักษ์ทรัพยากรทางการท่องเที่ยว และการส่งเสริมเผยแพร่ จึงได้มีการนำเสนอร่างพระราชบัญญัติ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ ร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อให้ หน่วยงานการท่องเที่ยวของรัฐ มีอำนาจหน้าที่และรับผิดชอบในการพัฒนาส่งเสริมเผยแพร่ และ ดำเนินกิจการ เพื่อเป็นการริเริ่มให้มีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ตลอดจนคุ้มครองให้ความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวด้วย สภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งทำหน้าที่รัฐสภาในการประชุมครั้งที่ 41 วันศุกร์ที่ 20 เมษายน 2522 ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติทั้ง 2 ฉบับ แล้วปรากฏว่า ร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบธุรกิจ เกี่ยวกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไม่ผ่านการพิจารณา ส่วนพระราชบัญญัติการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ผ่านการพิจารณาประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ เล่มที่ 96 ตอนที่ 72 วันที่ 4 พฤษภาคม 2522 จัดตั้ง "การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย" ขึ้น มีชื่อย่อว่า "ททท."

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)

ผู้สนับสนุนหลักระดับพรีเมี่ยม

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หรือ "ไทยเบฟ" ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2546 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวมธุรกิจเบียร์และเบียร์ชั้นนำในประเทศไทยซึ่งเป็นของผู้ถือหุ้นและนักลงทุนรายอื่นเข้าเป็นบริษัทในเครือไทยเบฟ ในปี 2549 บมจ. ไทยเบฟเวอเรจได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SGX) และต่อมาขยายธุรกิจไปยังธุรกิจยังเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และอาหารเพื่อเพิ่มความหลากหลายของกลุ่มผลิตภัณฑ์ เพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ และลดความเสี่ยงทางธุรกิจ ปัจจุบันไทยเบฟไม่เพียงแต่เป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มชั้นนำในประเทศไทย แต่ยังเป็นผู้ผลิตที่ใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในเอเชียอีกด้วย โดยแบ่งธุรกิจออกเป็น 4 สายธุรกิจ ได้แก่ สุรา เบียร์ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และอาหาร

ธนาคารซิตี้แบงค์

ผู้สนับสนุนหลักระดับพรีเมี่ยม

ธนาคารชั้นนำของโลก ที่ให้บริการลูกค้ากว่า 200 ล้านราย ในกว่า 160 ประเทศและเขตปกครองทั่วโลก ซิตี้นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่หลากหลายให้กับลูกค้าบุคคล องค์กร ภาครัฐและสถาบันต่างๆ โดยธุรกิจหลักครอบคลุมการธนาคารและสินเชื่อเพื่อลูกค้าบุคคล (สายบุคคลธนกิจ) ธนาคารเพื่อองค์กรและการลงทุน(สายสถาบันธนกิจและวาณิชธนกิจ) ธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์ บริการธุรกรรมทางการเงินต่างๆ รวมถึงบริการบริหารความมั่งคั่ง

ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.citigroup.com /ทวิตเตอร์: @citi / ยูทูป: www.youtube.com/citi / บล็อก: http://new.citi.com / เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/citi / ลิงก์อิน: www.linkedin.com/company/citi 

และติดตามข่าวสารในประเทศไทยได้ทาง www.citibank.co.th, www.facebook.com/CitiThailand  และ Line Official: Citi Thailand

Benja Chicken

ผู้สนับสนุนหลักระดับพรีเมี่ยม

เนื้อไก่สดซูปเปอร์พรีเมี่ยม ธรรมชาติ100% ซึ่งเป็นรายแรกของโลกที่ไก่ได้รับการเลี้ยงด้วยข้าวกล้องคัดพิเศษสูตรเฉพาะ จึงทำให้ Benja Chicken มีเนื้อที่หอม นุ่ม และฉ่ำกว่าไก่ทั่วไปถึง 55% และ Benja Chicken ยังได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีตามหลัก 5 Freedoms Animal Welfare และยังได้รับการรับรองมาตรฐานสากลจาก NSF 0%ฮอร์โมน และ 0%ยาปฏิชีวนะ ตลอดการเลี้ยงดู

www.facebook.com/benjachicken/

แบรนด์ช้าง

ผู้สนับสนุนหลัก

ปี 1995 แบรนด์ช้างได้ถือกำเนิดขึ้น ด้วยรสชาติถูกปากถูกใจคนไทยเสมอมา จนกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย และโด่งดังไกลไปยังต่างประเทศว่าเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของดินแดนแห่งรอยยิ้ม แบรนด์ช้างได้คัดสรรแหล่งวัตถุดิบ ดำเนินการผลิต และบรรจุลงบรรจุภัณฑ์อย่างพิถีพิถัน ผสมผสานจนลงตัวกับเอกลักษณ์ความเป็นไทย ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอลชายหาด ไปจนถึงอาหารไทยรสจัดจ้าน

Nespresso

Official Partner

Nestle Nespresso SA เป็นผู้ริเริ่มและต้นแบบของกาแฟประเภทแคปซูลสำเร็จที่มีคุณภาพดีที่สุด บริษัทฯทำงานร่วมกับเกษตรกรกว่า 70,000 ราย ใน 12 ประเทศ ผ่านโปรแกรม AAA Sustainable Quality ™ เพื่อนำสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในฟาร์มและภูมิทัศน์โดยรอบ โปรแกรมนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2546 โดยร่วมมือกับ The Rainforest Alliance เพื่อช่วยปรับปรุงกระบวนการเก็บเกี่ยวและคุณภาพของผลผลิต รวมถึงความสามารถในการผลิตกาแฟอย่างต่อเนื่องและการพัฒนาความเป็นอยู่ของเกษตรกรและชุมชนอย่างยั่งยืน

สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเมืองโลซานน์ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ Nespresso มีสาขาดำเนินงานใน 69 ประเทศ และมีพนักงานรวม 12,000 คน ในปี 2560 บริษัทฯ มีร้านบูติคที่ให้บริการ เฉพาะในเครือกว่า 600 แห่งทั่วโลก

แบรนด์สุราไทยที่มีเอกลักษณ์ความเป็นไทย และมุ่งเชิดชูความเป็นไทยมาเกือบ 80ปี เป็นสุราสีแบรนด์แรกของประเทศมีรสชาติและกลิ่นเป็นเอกลักษณเฉพาะตัว โมลาส ปลายข้าวเหนียว และสมุนไพรไทย อีกทั้งเป็นสุราที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน เป็นที่ชื่นชอบจากนักท่องเที่ยวที่มาเมืองไทย สุราแม่โขงภูมิใจนำเสนอเครื่องดื่มค็อกเทลสัญชาติไทยอย่าง “แม่โขงไทยสบาย” ค็อกเทลไทยที่สื่อถึงความเรียบง่าย สบายๆ และเป็นกันเองของคนไทย มีรสชาติเปรี้ยวหวานอย่างลงตัว

www.facebook.com/mekhongthailand 

เอเวียง

พันธมิตรหลัก

เอเวียง น้ำแร่ธรรมชาติจากใจกลางเทือกเขาแอลป์ ประเทศฝรั่งเศส น้ำแร่ธรรมชาติเอเวียงแต่ละหยด เกิดจากน้ำฝนหรือหิมะจากยอดเขาแอลป์ที่ไหลผ่านชั้นแร่ลึกลงไปในภูเขาก่อนจะผุดขึ้นที่แหล่งน้ำแร่ Evian-Les-Bains การเดินทางสุดพิเศษนี้ ถือเป็นความลับแห่งความใสบริสุทธิ์ของน้ำแร่เอเวียง ที่แต่ละหยดใช้เวลาเดินทางยาวนานถึง 15 ปี

บาดัวท์

พันธมิตรหลัก

บาดัวท์ น้ำแร่ธรรมชาติชนิดมีฟองจากแหล่งน้ำธรรมชาติในแซงต์กัลเมียร์ ประเทศฝรั่งเศส ด้วยส่วนประกอบของแร่ธาตุที่ความสมดุล บวกกับฟองนุ่มละเอียดและรสชาติบางเบาเป็นพิเศษอย่างเป็นเอกลักษณ์เมื่อเคียงคู่กับอาหารและไวน์ชั้นเยี่ยม น้ำแร่บาดัวท์พร้อมเติมเต็มประสบการณ์ทุกมื้อของคุณให้สมบูรณ์แบบ

Chope

พันธมิตรผู้ให้บริการรับจองร้านอาหารอย่างเป็นทางการ

Chope มอบการบริการรับจองร้านอาหาร นำเสนอข้อเสนอพิเศษของทางร้าน และบริหารลูกค้าสัมพันธ์ให้กับกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) โดยลูกค้าของทางร้านสามารถจองร้านอาหารชั้นนำทั่วโลกผ่านทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชันตลอด 24 ชั่วโมง
Chope มีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นผู้ให้บริการรับจองร้านอาหารผ่านระบบอย่างเป็นทางการของ ‘มิชลิน ไกด์’ ประเทศไทย

LightBlue Environment Consulting

Technical Sustainability Partner

LightBlue Environmental Consulting (LBEC) ได้ร่วมกับมิชลิน ไกด์ ประเทศไทย ในฐานะ TECHNICAL SUSTAINABILITY PARTNER ในงาน MICHELIN Star Revelation ประจำปี 2563 เป้าประสงค์ในการร่วมมือกันครั้งนี้เพื่อลดจำนวนขยะจากอาหารเหลือไม่ว่าจะเป็นช่วงก่อน ระหว่าง หรือหลังงานในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่จะสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องนี้และถือเป็นตัวอย่างที่สามารถดำเนินการได้จริง

LightBlue Environmental Consulting
ให้คำแนะนำร้านอาหารและโรงแรมในการจัดการขยะจากอาหารเหลือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุนอาหารและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีองค์ประกอบหลักในการดำเนินการดังนี้ 1. ควบคุมการกำจัดขยะและของเสียให้ดียิ่งขึ้น 2. ค้นหาการปฏิบัติแบใดที่ถือว่าสิ้นเปลืองและดำเนินการแก้ไขและป้องกันตามแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด 3. สร้างความตระหนักรู้และฝึกอบรมเพื่อความยั่งยืน

https://www.lightblueconsulting.com/zero-food-waste-to-landfill 

ติดตาม 'มิชลิน ไกด์' ผ่านช่องทางโซเชียล เพื่อจะได้ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจและเบื้องหลัง