สิ่งที่น่าสนใจ 3 minutes 11 มีนาคม 2020

เกาะเทรนด์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่ำ คนในแวดวงอาหารเครื่องดื่มคิดเห็นอย่างไร

เมื่อกระแสสุขภาพมาแรงจนแวะเวียนมาเยือนซีนนักดื่มกับเขาบ้าง ผู้คนในแวดวงการกินดื่มคิดเห็นและปรับตัวกันอย่างไร

drinks trends alcohol

นอกเหนือจากอาหารจากเนื้อสัตว์สังเคราะห์แล้ว หนึ่งในเทรนด์แห่งโลกการกินดื่มที่กำลังมาแรงแซงโค้งอย่างน่าจับตามองประจำพุทธศักราช 2563 หนีไม่พ้นสิ่งที่เกี่ยวโยงกับการรักสุขภาพ

ไม่แน่ใจว่าเป็นเทรนด์โลกที่ค่อย ๆ หมุนเปลี่ยนไปหรือไรที่ทำให้คนจำนวนไม่น้อยเริ่มหลงลืมรสอร่อยของน้ำชวนยิ้ม จนอัตราการดื่มแอลกอฮอล์ของทั้งโลกหดตัวลง 1.4 เปอร์เซ็นต์เมื่อปี 2559 นอกจากนี้ยังมีผลรายงานจาก IWSR บริษัทวิจัยที่เก็บข้อมูลและวิเคราะห์ตัวเลขของการดื่มในแวดวงแอลกอฮอล์ระบุว่า ในปี 2559 มีการดื่มแอลกอฮอล์ลดลงจากปีก่อน ๆ ซึ่งน่าแปลกใจว่าเป็นสองปีซ้อนที่ระดับการดื่มน้ำเมาของโลกลดลงอย่างต่อเนื่อง

David Nguyen-Luu แห่งบาร์ Manhattan แห่งโรงแรมรีเจนต์ สิงคโปร์ ที่ได้รับการแนะนำใน มิชลิน ไกด์ สิงคโปร์ (© Manhattan)
David Nguyen-Luu แห่งบาร์ Manhattan แห่งโรงแรมรีเจนต์ สิงคโปร์ ที่ได้รับการแนะนำใน มิชลิน ไกด์ สิงคโปร์ (© Manhattan)

และแม้ชาวพุทธโดยเฉพาะในประเทศไทยจะงดดื่มกันเป็นนิจโดยเฉพาะในช่วงเข้าพรรษา แต่ทางฝั่งประเทศนักดื่มอย่างสหราชอาณาจักรเองปริมาณการบริโภคแอลกอฮอล์ก็ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง กอปรกับแคมเปญงดดื่มเดือนมกราคม หรือ “Dry January” ที่เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในยุโรป โดยยังมีผลสำรวจที่แสดงให้เห็นว่าจำนวนคนดื่มแอลกอฮอล์ลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยในปี 2561 สำนักงานสถิติแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (UK Office for National Statistics) รายงานว่ามีผู้ดื่มแอลกอฮอล์เพียง 57 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับปี 2548 ซึ่งอยู่ที่ 64 เปอร์เซ็นต์

ส่วนประเทศฝรั่งเศสที่มีอัตราการดื่มสูงที่สุดเป็นอันดับสามจาก 36 ประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) รัฐบาลเมืองน้ำหอมก็หันมาสนับสนุนแคมเปญงดดื่มเดือนมกราคม จนร้านอาหารเริ่มหันมาเสิร์ฟอาหารกลางวันคู่กับชากันมากขึ้น แม้จะได้รับการตอบรับที่ไม่สู้ดีนักจากผู้คนในอุตสาหกรรมไวน์ที่ได้รับผลกระทบ ดังเช่นเชฟคนดัง Alain Ducasse ที่ถึงกับช็อกเมื่อเห็นคนในนิวยอร์กสั่งชาเย็นมาละเลียดคู่กับอาหาร ซึ่งเขาส่ายหัวไม่เห็นด้วยแบบสุดๆ “ผมทราบถึงเทรนด์นี้ แต่ผมไม่เห็นด้วยและไม่อยากรู้อะไรทั้งนั้น” เขาเผยกับสำนักข่าว AFP

ร้าน Lung King Heen ที่ได้รางวัลสามดาวมิชลินที่ฮ่องกง (© Lung King Heen)
ร้าน Lung King Heen ที่ได้รางวัลสามดาวมิชลินที่ฮ่องกง (© Lung King Heen)

แต่เทรนด์แห่งโลกการกินดื่มกำลังจะเปลี่ยนไปจริงหรือ ผู้คนหันมาดื่มกันน้อยลงจริงมากน้อยเพียงใด และเราควรหันมาถือแก้วม็อกเทลประดับมือมากกว่าจินโทนิกจะได้ไม่ตกเทรนด์กันไหม เราถามเหล่าคนในวงการอาหารและเครื่องดื่มถึงกระแสสุดฮอตแห่งปีนี้เพื่อหาคำตอบ

“เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และแบบแอลกอฮอล์ต่ำกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในเอเชีย แม้จะไม่ได้รับความนิยมเท่ากับในยุโรป อเมริกา หรือออสเตรเลียก็ตาม” David Nguyen-Luu ผู้จัดการร้านประจำบาร์ระดับรางวัลอย่าง Manhattan ที่โรงแรมรีเจนต์ สิงคโปร์เผย “ผู้คนในบาร์และบาร์เทนเดอร์มีส่วนสำคัญในการสื่อสารเรื่องการดื่มอย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพให้กับผู้คนที่มาดื่ม”

Bernard Chen ซอมเมอลิเยร์แห่งร้าน Lung King Heen (© Lung King Heen)
Bernard Chen ซอมเมอลิเยร์แห่งร้าน Lung King Heen (© Lung King Heen)

ขณะที่เรื่องนี้เหมือนจะเป็นเทรนด์ใหม่ แต่สำหรับ Bernard Chen หัวหน้าซอมเมอลิเยร์แห่งร้าน Lung King Heen (รางวัลสามดาวมิชลิน มิชลิน ไกด์ ฮ่องกง) กลับไม่คิดเช่นนั้น “เราเริ่มเสิร์ฟไวน์แอลกอฮอล์ต่ำเมื่อสามปีก่อน และได้เห็นแนวโน้มความต้องการที่สูงขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา” เขาเสริมอีกว่า “แทนที่จะรอให้เทรนด์นี้โตแซงหน้า ทางร้านได้ถามผู้จัดหาไวน์ให้ช่วยจัดหาหรือจัดทำไวน์ที่มีปริมาณน้ำตาลต่ำมานำเสนอ และพอพวกเขาเห็นว่าเสียงตอบรับดี เราเลยเริ่มนำเสนอไวน์ประเภทนี้มากขึ้น” Bernard บอกด้วยว่าทางร้านใช้ไวน์แอลกอฮอล์ต่ำจากผู้ผลิตไวน์เฉพาะทางจากประเทศออสเตรียและบัลแกเรีย เพื่อมอบประสบการณ์และทางเลือกใหม่ ๆ ให้กับทุกคน

“ผมว่าคำนี้เป็นคำที่เพิ่งโผล่มาในช่วงสามถึงห้าปีหลัง แต่จริง ๆ มีมานานแล้ว” ปาล์ม-ศุภวิชญ์ มุททารัตน์ กรุ๊ปบาร์แมเนเจอร์จากร้าน 80/20 (รางวัลหนึ่งดาวมิชลิน มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย ปี 2020) และ La Dotta และ il Fumo (ทั้งสองร้านได้รางวัลมิชลิน เพลท ในปีเดียวกัน) บอกกับเรา “จริง ๆ แล้วผมมองว่าโลว์เอบีวีมาจากวัฒนธรรมอาเปริตีโวของอิตาลีที่แอลกอฮอล์ไม่แรงนัก ใช้ดื่มคู่กับอาหารจานเล็ก ๆ เรียกน้ำย่อยและเอาบรรยากาศ” เขายังบอกอีกว่า “เทรนด์นี้เกิดจากความรู้ความเข้าใจของนักดื่มทั่วโลกที่เริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น โดยไม่ดื่มเอาเมา แต่ดื่มเพื่อความรู้และการได้ลิ้มลองรสชาติต่าง ๆ”

ปาล์ม-ศุภวิชญ์ มุททารัตน์ กรุ๊ปบาร์แมเนเจอร์จากร้าน 80/20, La Dotta, il Fumo (© Foodie Collection)
ปาล์ม-ศุภวิชญ์ มุททารัตน์ กรุ๊ปบาร์แมเนเจอร์จากร้าน 80/20, La Dotta, il Fumo (© Foodie Collection)

ปาล์มยังชี้ให้เห็นเรื่องน่าสนใจของการดื่มในแต่ละยุคว่า “ถ้าสังเกตจะเห็นว่าเราไม่ดื่มตามคนรุ่นก่อนหน้าอย่างรุ่นคุณปู่คุณย่า เขาอาจจะดื่มคอนยัก รุ่นพ่อแม่เราดื่มวิสกี้ แต่ปัจจุบันคนหันมาดื่มจิน นี่คือเทรนด์ที่หมุนเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ แต่การที่เราลดแอลกอฮอล์ลงนั้นเกิดจากความอยากเอนจอยกับบรรยากาศและรสชาติ ขณะเดียวกันก็ระมัดระวังสุขภาพมากขึ้น ซึ่งมาจากเทรนด์รักสุขภาพนั่นเอง”

ว่าแต่เทรนด์นี้ส่งผลกระทบกับคนในแวดวงบ้างไหม “ไวน์แอลกอฮอล์ต่ำมีปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ราว ๆ 3-7 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ไวน์ปกติอยู่ที่ 11-13 เปอร์เซ็นต์” Bernard กล่าว และเขายังเชื่อว่านี่เป็นเทรนด์ที่จะอยู่ไปอีกสักพัก “เพราะไวน์แอลกอฮอล์ต่ำสามารถนำไปจับคู่กับอาหารได้หลากหลาย สร้างรสชาติที่ต่างออกไปได้ไม่แพ้ไวน์อื่น ๆ ดูอย่างอาหารอย่างเช่นเห็ดที่มีรสชาติละเอียดอ่อน หยิบมาจับคู่กับไวน์ประเภทนี้ได้ดี เป็นต้น” ร้าน Lung King Heen เองก็มีเมนู Yum Cha Gourmet สำหรับมือกลางวันที่ใช้ BLÅ Organic Sparkling Tea ซึ่งเป็นชาจากเดนมาร์ก รับประทานคู่กับติ่มซำอาหารทะเลให้เลือกด้วย

ฝน เมนูค็อกเทลจาก 80/20 (© Foodie Collection)
ฝน เมนูค็อกเทลจาก 80/20 (© Foodie Collection)

“ที่ 80/20 ก็หยิบอาหารไทยมาแพริ่งกับชา ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่สำหรับนักกิน หรือจะเลือกค็อกเทลแอลกอฮอล์ต่ำอย่าง ‘ฝน’ ที่ดื่มง่าย เหมาะสำหรับเริ่มต้นมื้ออาหาร แต่ยังเปี่ยมด้วยรสชาติก็ได้” ค็อกเทลที่ดื่มได้เรื่อย ๆ แก้วนี้ทำจากเหล้าไทยใส่สมุนไพรเป็นเบส ใส่น้ำมะพร้าวสด เพิ่มกลิ่นควันอ่อน ๆ ด้วยชาอู่หลง เติมความหวานละมุนด้วยน้ำตาลปี๊บ และโรยดอกมะลิเพื่อความหอมเย็นใจ “ชวนนึกถึงบ้านไทยสมัยก่อนที่มีโอ่งใส่น้ำตั้งอยู่หน้าบ้านให้คนที่ผ่านไปมาได้หยุดพักดื่มน้ำฝน แก้วนี้แอลกอฮอล์ต่ำ แต่รสสดชื่นและดื่มง่าย” ปาล์ม-ศุภวิชญ์เสริม

และสำหรับนักดื่มที่สิงคโปร์ David Nguyen-Luu เชื่อว่าเป็นโจทย์แสนสนุกสำหรับเหล่าบาร์เทนเดอร์ไม่ต่างกับการรังสรรค์เมนูอื่น ๆ เลย “มีรสชาติที่หลากหลายให้ได้นำมาผสม และตอนนี้ก็มีผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ผสมเยอะขึ้นในตลาดให้นำมาเล่นสนุกด้วย” เขายังมองอีกว่า “ตราบใดที่ผู้คนทั่วโลกยังตื่นตัวและให้ความสนใจในการดูแลสุขภาพ เทรนด์นี้ก็จะยังคงอยู่ไปเรื่อย ๆ”

หากคุณแวะเวียนมาเยี่ยมบาร์ระดับรางวัลอย่าง Manhattan แล้วยังไม่อยากสั่งเครื่องดื่มดีกรีหนัก เมนูที่เขาแนะนำคือ Branson’s Remedy แก้วทางเลือกที่ไม่ใส่แอลกอฮอล์ แต่คงรสชาติของแอลกอฮอล์ไว้ด้วย Seedlip Garden 108 ที่อัดแน่นด้วยกลิ่นหอมของสมุนไพร ใส่ชาที่นำมารมควันและน้ำเชื่อมดอกพู่ระหง โดยเดือนเมษายนนี้ทางบาร์เตรียมปล่อยเมนูใหม่ ซึ่งหนึ่งในสามของเมนูเน้นไปที่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่ำและไม่ใส่แอลกอฮอล์ ให้นักดื่มมีทางเลือกเพิ่มขึ้นเพื่อให้ดื่มได้สนุกขึ้นด้วย




สิ่งที่น่าสนใจ

ดูอย่างอื่นต่อ - เรื่องราวที่คุณอาจสนใจ

ติดตาม 'มิชลิน ไกด์' ผ่านช่องทางโซเชียล เพื่อจะได้ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจและเบื้องหลัง