ทานอาหารนอกบ้าน 4 minutes 04 มิถุนายน 2019

ร้านสเต๊กห้ามพลาดในกรุงเทพฯ และภูเก็ต

ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าผัก ผลไม้ และสมุนไพรดีต่อสุขภาพ แต่เมื่อคุณอยู่ในเมืองที่เต็มไปด้วนร้านสเต๊กแสนอร่อยอย่างกรุงเทพฯและภูเก็ต ก็ยากนักที่จะปฏิเสธเนื้อย่างหอม ๆ ชิ้นนุ่ม “มิชลิน ไกด์” ขอแนะนำร้านสเต๊กที่คุณควรหาโอกาสไปลอง

grill meat steak

กลุ่มเพื่อนสนิท ไวน์แดง และสเต๊กสุกกำลังดี แค่ 3 อย่างนี้ก็ทำให้ชีวิตคนเมืองเต็มอิ่มได้แล้ว อาจกล่าวได้ว่า สเต๊กเป็นสัญลักษณ์ของการแสดงอำนาจ ภาพยนตร์ฮอลลีวูดมักใช้ร้านสเต๊กเป็นฉากเวลาตัวละครต้องการเจรจาต่อรอง นัดพบกันลับ ๆ หรือเฉลิมฉลองหลังเสร็จสิ้นภารกิจ และไม่ว่าจะผ่านไปนานเพียงใด ร้านสเต๊กก็ยังให้ความรู้สึกคลาสสิกเสมอ และเราก็เชื่อว่าสเต๊กแบบดั้งเดิมอร่อยถูกใจที่สุด

กรุงเทพฯ

New York Steakhouse (รางวัลมิชลิน เพลท)

ร้านในโรงแรมเจดับบลิว แมริออทแห่งนี้เปิดมานาน แต่บรรยากาศไม่เคยตกยุค เหมาะกับทุกโอกาส ทั้งมื้อค่ำกับครอบครัว เจรจาธุรกิจระหว่างวัน หรือฉลองโอกาสพิเศษอื่น ๆ เฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้ม และเก้าอี้หนัง ภายใต้แสงไฟสลัวชวนให้นึกถึงแมนแฮตตันในอดีต เนื้อสเต๊กมีให้เลือกทั้งจากอเมริกา ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น เสน่ห์ของที่ร้านคือความคลาสสิก นอกจากบรรยากาศแล้ว เมนูคลาสสิกอย่างมาร์ตินี และ complimentary bread ที่มาพร้อมกับเนยสดและเนยกระเทียมก็ช่วยสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม เราแนะนำให้เริ่มมื้อด้วยซุปหัวหอมหรือซีซาร์สลัด ก่อนจะเติมท้องให้เต็มด้วยเนื้อที่ชอบ ไม่ว่าจะเป็นฟิเลมิยอง USDA Prime หรือโทมาฮอว์ควากิว ย่างจนสุกตามระดับที่คุณพอใจ

อย่าลืมสั่งเมนูยอดนิยมอย่าง Chocolate Lava มาล้างปาก

ที่อยู่: โรงแรมเจดับบลิว แมริออท 4 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
โทรศัพท์: 0 2656 7700

เครดิตรูปภาพ: NY Steakhouse
เครดิตรูปภาพ: NY Steakhouse

ไฟร์เพลส กริลล์ แอนด์ บาร์ (รางวัลมิชลิน เพลท)

ร้านสเต๊กที่ให้บริการมายาวนานอีกแห่ง เราแนะนำให้จองโต๊ะใกล้ครัวเปิดกลางโถงหลังเพื่อสนุกกับการชมเหล่าเชฟรังสรรค์อาหาร หรือถ้าต้องการความเป็นส่วนตัว ทางร้านก็มีห้องด้านในให้ บรรยากาศร้านคลาสสิก ฝีมือเชฟไม่เคยตก อร่อยเหมือนเดิมทุกครั้งที่แวะมา เรียกน้ำย่อยด้วยซุปข้นคลาสสิกอย่าง Lobster Bisque และ Beef Tartare แล้วเลือกเนื้อสเต๊กจากลิสต์หลากหลาย เราแนะนำให้ลอง Classic Cut of the Month หรือริบอาย ถ้าอยากเพิ่มรู้สึกถึงความผู้ดี ลองสั่ง Roast Beef ที่ให้ความรู้สึกกำลังทาน Sunday roast กลางลอนดอน

สำหรับผู้ที่อยากสัมผัสประสบการณ์อย่างเต็มอิ่ม เชิญจองคอร์ส tasting menu ที่เลือกจับคู่กับไวน์ได้ การเดินทางมื้อค่ำของคุณจะเริ่มด้วยเมนูล็อบสเตอร์ ตามด้วย foie gras และเต็มท้องด้วยเนื้อสันในหรือปลา turbot ทางร้านยังมีเมนูมื้อเที่ยงราคาพิเศษสำหรับคนที่อยากมาเติมท้องด้วยของอร่อยก่อนกลับไปสู้รบกับกองเอกสารต่อ

ที่อยู่: โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล 973 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทรศัพท์: 0 2656 0444

เชฟ Sebastian Reischer (เครดิตรูปภาพ: ไฟร์เพลส กริลล์ แอนด์ บาร์)
เชฟ Sebastian Reischer (เครดิตรูปภาพ: ไฟร์เพลส กริลล์ แอนด์ บาร์)

ริบรูม แอนด์ บาร์ (รางวัลมิชลิน เพลท)

ร้านในโรงแรมแลนด์มาร์คแห่งนี้อาจจะไม่ถูกกล่าวขวัญถึงเท่าร้านอื่น แต่รสชาติและคุณภาพไม่ด้อยไปกว่ากันแน่นอน เราขอแนะนำเมนูคลาสสิกต่าง ๆ ของทางร้าน ไม่ว่าจะเป็น Steak Diane ที่เสิร์ฟพร้อมซอสเห็ดผสมบรั่นดี หรือทีโบนที่ไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง ถ้ามาออกเดทหรือหิวจัด เชิญสั่งโทมาฮอว์คขนาด 2 คนทานที่รังสรรค์จากเนื้อวัว black onyx จากออสเตรเลีย ถ้าอยากลองเมนูอื่นนอกจากเนื้อ ทางร้านก็มีเมนูจากท้องทะเลให้เลือก ไม่ว่าจะเป็น Lobster Thermidor Homemade Lobster Tagliolini หรือ Grilled Seafood Platter

อย่าลืมดื่มด่ำกับทิวทัศน์เมืองหลวงอันสวยงามเพื่อเพิ่มความอร่อยและงดงามให้กับมื้อค่ำของคุณ

ที่อยู่: ชั้น 31 โรงแรมแลนด์มาร์ค 138 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
โทรศัพท์: 0 2254 0404

Surf & Turf (เครดิตรูปภาพ: ริบรูม แอนด์ บาร์)
Surf & Turf (เครดิตรูปภาพ: ริบรูม แอนด์ บาร์)

Eat Me (รางวัลมิชลิน เพลท)

จริง ๆ แล้ว ร้าน Eat Me เป็นร้านอาหารตะวันตกที่มีเมนูหลากหลายประเภท แม้จะไม่ใช่สเต๊ก แต่เราขอบอกว่า Preserved Truffle Risotto อร่อยจนต้องสั่งทุกครั้ง ความพิเศษของร้านนี้คือการนำอาหารตะวันตกมาใส่ความเป็นเอเชียลงไป มีความสร้างสรรค์ แต่ไม่แหวกแนวจนเกินไป ในหมวดหมู่ Meat + Poultry เริ่มมื้อด้วย Japanese Ohmi Wagyu A5 Tataki ที่สั่งมาแชร์กันได้ เนื้อนุ่ม ๆ มาพร้อมกับ Ponzu Miso และวาซาบิสด และตามด้วย Wagyu Short-Rib เป็นจานหลัก ซี่โครงสุกกำลังดีเพิ่มรสชาติด้วยมะเขือเทศ ชีส Pecorino และ Honeycomb Tripe หรือถ้าอยากได้เมนูแบบคลาสสิก Australian Wagyu Beef Tenderloin เสิร์ฟคู่พริกสเปน (Padron Pepper) และซอส Cabernet Jus

แน่นอนว่าต้องล้างปากด้วยของหวาน เราอยากให้ลอง Sticky Date Pudding ราดซอส butterscotch อุ่น ๆ ทานคู่กับไอศกรีมวานิลลา

ที่อยู่: ซอยพิพัฒน์ 2 ถนนคอนแวนต์ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
โทรศัพท์: 0 2238 0931

โทมาฮอว์ค (เครดิตรูปภาพ: Eat Me)
โทมาฮอว์ค (เครดิตรูปภาพ: Eat Me)

Lenzi (รางวัลมิชลิน เพลท)

ขอออกตัวก่อนว่า เรารู้ว่าร้าน Lenzi ดังเรื่องพาสต้าและ cold cuts แต่เมนูเนื้อที่นี่ก็อร่อยไม่แพ้กัน อย่าลืมจองโต๊ะใกล้ครัวเปิดเพื่อเพิ่มอรรถรสก่อนทานด้วยการสังเกตเหล่าเชฟรังสรรค์เมนูเพื่อคุณ

เมนูเนื้อที่นี่จะเริ่มจากการย่างบนเตาหินก่อนนำไปอบในเตาถ่าน เมนูนะนำอันกับแรกคือ Agnello Alla Cacciatora ซี่โครงจากแกะเลี้ยงด้วยหญ้าธรรมชาติ นำไปอบ และนำมาผัดซอสไวน์แดง พร้อมโรยโรสแมรีและหอมแดง อีกเมนูที่ไม่ควรพลาดคือ La Fiorentina สเต๊กทีโบนจากเนื้อวัวแองกัสดำ นำเข้าจากรัฐควีนส์แลนด์ บ่มนาน 270 วัน หรือถ้าชอบโทมาฮอว์คมากกว่า ก็สั่งเป็น Il Tomahawk Alla Griglia แทน อย่ามัวแต่เพลิดเพลินกับพาสต้าจนลืมจานเนื้อเมื่อมาร้านนี้

ที่อยู่: 69/1-2 ซอยร่วมฤดี 2 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทรศัพท์: 0 2001 0116 หรือ 09 5251 5040

เครดิตรูปภาพ: Lenzi
เครดิตรูปภาพ: Lenzi

Artur (รางวัลมิชลิน เพลท)

ชื่อร้านมาจากชื่อเจ้าของอย่างคุณ Artur Kluczewski นั่นเอง เขาเคยดูแลห้องอาหารในโรงแรมกรุงเทพฯ มา 3 แห่ง ก่อนตัดสินใจมาเปิดร้านเป็นของตัวเอง

เมนูเด็กของร้านคือสเต๊ก ซีฟู้ด และมาร์ตินีคลาสสิกแบบต่าง ๆ ถือได้ว่าครบเครื่อง เป็นสวรรค์คนรักเนื้อเลยทีเดียว เราขอแนะนำให้เริ่มต้นมื้อด้วยชุดหอยนางรมสด เลือกได้ว่าต้องการ 6 หรือ 12 ตัว แล้วเริ่มเรียกน้ำย่อยด้วยซีซาร์สลัด หรือซุปร้อน ๆ แล้วตามด้วย Côte de Bœuf ระดับ medium rare ถ้ามาเป็นกลุ่ม เนื้อ prime rib ด้านในนุ่ม มีสีชมพูเรื่อ ๆ ด้านนอกสีน้ำตาลเข้ม สุกกำลังดี ตัดเข้าปากแล้วละลาย ถ้าอยากอร่อยเดี่ยว ขอแนะนำ New York Strip Loin เลือกได้ระหว่างเนื้อ Prime American Angus หรือ Australia Angus ถ้าสั่งเนื้อชิ้นใหญ่ คุณ Artur หรือพนักงานจะมาหั่นเนื้อให้ดูที่โต๊ะ ให้ความรู้สึกเป็นกันเอง และอย่าลืมสั่ง Gratin Potato และ Sautéed Green Asparagus มาตัดเลี่ยนด้วย

ที่อยู่: Bliston Suwan Park View 9 ซอยต้นสน ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทรศัพท์: 0 2658 6288

Côte de bœuf. Photo source: Artur.
Côte de bœuf. Photo source: Artur.

Il Fumo (รางวัลมิชลิน เพลท)

ตัวร้านตั้งอยู่ในบ้านบรรยากาศเรียบหรู ทันสมัยบนถนนพระราม 4 เข้าไปแล้วเหมือนกำลังอาหารทานในบ้านพักตากอากาศอันโอ่โถงของเพื่อนสนิท ระหว่างทางเดินสู่โต๊ะอาหาร คุณจะต้องสังเกตเห็นตู้แช่เนื้อขนาดใหญ่ ด้านในแขวนเนื้อที่จะนำมารังสรรค์ความอร่อยให้คุณ เพิ่มความตื่นเต้นให้กับประสบการณ์มื้อค่ำของคุณ

เมนูมีทั้งแบบ à la carte และคอร์ส tasting menu แต่วันนี้ เราขอเน้นไปที่สเต๊ก ทางร้านคัดสรรเนื้อคุณภาพเยี่ยมจากแหล่งต่าง ๆ ทั่วโลก ตัวที่เราแนะนำคือเนื้อ Prime Rib บ่ม 40 วันจากโปรตุเกส (ควรสั่งล่วงหน้าเพื่อไม่ให้พลาดความอร่อยชิ้นนี้) ตัวเนื้อมาจากวัวเลี้ยงด้วยหญ้า อายุ 13-20 เดือน แทรกด้วยไขมันชุ่มฉ่ำ อัดแน่นไปด้วยรสชาติ นอกจากนี้ ยังมีเนื้อประเภทอื่น ๆ ให้เลือกทั้งวากิวออสเตรเลีย โทมาฮอว์ค และเนื้อสันนอก (Striploin) ที่มีลายหินอ่อนสวยงาม สั่งเนื้อแล้วอย่าลืมสั่งเครื่องเคียงที่มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งหน่อไม้ฝรั่งย่างและเห็ดผัด (sautéed)

ที่อยู่: 1098/2 ถนนพระรามสี่ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120
โทรศัพท์: 0 2286 8833

ร้าน Il Fumo (เครดิตรูปภาพ: Il Fumo)
ร้าน Il Fumo (เครดิตรูปภาพ: Il Fumo)

เทเบิลส์ กริลล์ (รางวัลมิชลิน เพลท)

ตัวร้านตั้งอยู่ในโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ได้เชฟ Hans Zahner มาบริหารงานตั้งแต่ปีพ.ศ.2561 ร้านเทเบิลส์ กริลล์นำอาหารยุโรปแบบดั้งเดิมมาเสริมความแปลกใหม่ ชุดเมนู Degustation มีทั้งแบบ 5 และ 7 คอร์สให้เลือก คนรักสเต๊กต้องสั่งแบบ 7 คอร์สเพื่อลิ้มลอง Roasted Australian M6 Wagyu Beef Tenderloin

หรือถ้าอยากเลือกเอง ทางร้านก็มีเมนู à la carte ให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Japanese Sea Bass Tartare หรือ Klong Phai Farm Chicken and Yellow Wine แต่ถ้ามาเป็นกลุ่ม Australian M5 Wagyu Tomahawk 1.5 kg จะเหมาะที่สุด ถ้าไม่พอ สั่ง Prime USA Ribeye มาเพิ่มก็ได้ จานนี้มาพร้อมกับ Truffle Mashed Potato และ cocotte ที่ใช้ผักจากเชียงใหม่ ไหน ๆ ก็มาแล้ว สั่งทั้ง 2 จานไปเลย

ที่อยู่: โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ 494 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทรศัพท์: 02 254 6250

Roasted baby pork tenderloin slider (เครดิตรูปภาพ: เทเบิลส์ กริลล์)
Roasted baby pork tenderloin slider (เครดิตรูปภาพ: เทเบิลส์ กริลล์)

ภูเก็ต

บามพอต (รางวัลมิชลิน เพลท)

ภูเก็ตไม่ได้มีแต่อาหารทะเล ร้านบามพอทเป็นร้านอาหารสไตล์อังกฤษในบรรยากาศทันสมัย เรียบง่าย เมนูหนีบมาบนคลิปบอร์ด มีทั้งพายปลาไปจนถึงปลากะพงจากอันดามัน ค็อกเทลจากฝีมือมิกโซโลจิสต์ของทางร้านจะทำให้คุณประทับใจ ทั้งรสชาติและหน้าตา เชิญเลือกได้จากลิสต์อันยาวเหยียดและบาร์ที่เรียงรายไปด้วยขวดเครื่องดื่มเต็มทุกชั้น

เชฟที่นี่ก็จริงจังกับเมนูเนื้อไม่แพ้กัน Angus Beef Fillet ขนาด 600 กรัมเสิร์ฟพร้อมซอสพริกไทยอ่อน หรือ Tajima Wagyu Ribeye ช่วยผ่อนคลายความเครียดจากการทำงานได้ไม่แพ้อาหารใต้รสจัดจ้าน ถ้าเบื่อเนื้อ ลองสั่ง Honey Glazed Pork Belly ก็นุ่มอร่อยไม่แพ้กัน

ที่อยู่: 19/1 หมู่ 1 ถนนลากูน ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง ภูเก็ต 83110
โทรศัพท์: 09 3586 9828

Black angus fillet (เครดิตรูปภาพ: บามพอต)
Black angus fillet (เครดิตรูปภาพ: บามพอต)

ทานอาหารนอกบ้าน

ติดตาม 'มิชลิน ไกด์' ผ่านช่องทางโซเชียล เพื่อจะได้ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจและเบื้องหลัง