เลือกตัวเลือกที่คุณต้องการ

เติมเต็มประสบการณ์แห่งรสชาติด้วยการจับคู่ไวน์กับมื้ออาหารสุดพิเศษ ณ ร้านอาหารชั้นนำ แนะนำโดย 'มิชลิน ไกด์'

ดื่มด่ำกับอาหารและไวน์เลิศรส พร้อมสิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตซิตี้
แชร์

ผู้คลั่งไคล้การลิ้มรสอาหารต่างทราบดีว่า มื้ออาหารจะเลิศล้ำยิ่งขึ้นเมื่อได้ไวน์ชั้นเยี่ยมที่เหมาะสมมาเติมเต็มรสชาติ ไวน์ลิสต์ของร้านอาหารจึงมีความสำคัญมากเพราะสามารถสร้างความแตกต่างจากการเป็นแค่เพียงร้านอาหารชั้นดี กับร้านอาหารโดดเด่นชั้นยอด และคงไม่มีอะไรที่ดีไปกว่าไวน์ที่เลือกสรรมาอย่างพิถีพิถันเพื่อเติมเต็มรสชาติของอาหารจานต่างๆ ในมื้อพิเศษ

มาทำให้มื้อพิเศษของคุณสมบูรณ์แบบน่าจดจำด้วยการจับคู่ไวน์กับอาหารเลิศรส ต่อไปนี้คือ 7 ร้านอาหารแนะนำโดยมิชลินไกด์ ที่มาพร้อมกับอาหารจานเด่นและไวน์ที่นำมาจับคู่เพื่อเพิ่มอรรถรสในมื้ออาหารได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมสิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตซิตี้ ซึ่งสามารถดูรายละเอียดได้ที่นี่ http://citi.asia/2HZxwkb


Arroz

The restaurant: อาหารสเปนต้นตำรับปรุงจากวัตถุดิบนำเข้าเปี่ยมคุณภาพ ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของประเทศสเปน มองจากภายนอกร้านนี้ดูคล้ายกับบ้านสไตล์ไทย จนเมื่อก้าวเข้าไปจึงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของสเปนในแทบจะทุกรายละเอียด สังเกตได้จากบรรยากาศอบอุ่นของโทนสีแดงและเหลือง ซึ่งเป็นสีประจำชาติของสเปน กระเบื้องสลับลาย และจานชามดินเผา เชฟประจำร้านแห่งนี้คือเชฟ Victor Burgos ผู้เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์จากโรงแรมชั้นนำและร้านอาหารที่ติดดาวมิชลินมาแล้วมากมาย ทางร้านอุดมไปด้วยเมนูทาปาส โคลด์คัท ชีส ข้าวผัดสเปน รวมถึงเบียร์และไวน์ลิสต์ที่หลากหลายส่งตรงมาจากประเทศสเปน

The pairing: ด้วยชื่อของร้านมีความหมายถึง ‘ข้าว’ คุณคงจะไม่อยากพลาดเมนูข้าวผัดสเปนของที่นี่เป็นแน่ แนะนำให้สั่ง ข้าวผัดสเปนหมึกดำกับปลาหมึกและหอยลาย ซึ่งไปด้วยกันได้ดีมากกับองุ่น Albariño อย่าง Paco & Lola จากแถบ Galicia ทางตะวันตกเฉียงเหนือของสเปน 

Arroz - เลขที่ 112 สุขุมวิท 53, 02-258-7696, เปิดบริการ จันทร์ - ศุกร์ 17.30 - 22.00 น., เสาร์-อาทิตย์ 11.30 - 14.30 น. และ 17.30 - 22.00 น.

ข้าวผัดสเปนหมึกดำกับปลาหมึกและหอยลาย
ข้าวผัดสเปนหมึกดำกับปลาหมึกและหอยลาย
Enoteca

The restaurant: บรรยากาศอันแสนสงบท่ามกลางสวนร่มรื่น และการตกแต่งเรียบง่าย ไม่น่าเชื่อว่าใจกลางกรุงเทพฯ จะมีร้านอาหารที่เป็นดั่งโอเอซิสของผู้รักอาหารและไวน์ชั้นดี นี่คือร้านอาหารอิตาเลียนที่ดีที่สุดอีกแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ กุมบังเหียนโดย Stefano Borra เชฟชาวตูริน ซึ่งร้านอาหาร Vo ในบ้านเกิดของเขาเคยได้รับดาวมิชลินมาก่อนที่จะปิดตัวลง เชฟ Stefano ใช้อาหารอิตาเลียนต้นตำรับเป็นพื้นฐานในการตีความและรังสรรค์อาหารอิตาเลียนในรูปแบบของตนเองขึ้นมา อย่างเมนู ลาซานญ่า เวอร์ชัน 2017 จานนี้ซึ่งนำลาซานญ่าสูตรคลาสสิกมาตีความและรังสรรค์เสียใหม่ โดยที่ยังคงรสชาติดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน และด้วยคำว่า ‘Enoteca’ นั้นมีความหมายถึง ห้องเก็บไวน์ คุณจึงสามารถวางใจได้เลยว่าที่นี่เป็นร้านที่มีอิตาเลียนไวน์ลิสต์ให้เลือกมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งในประเทศไทย ซึ่งมีมากถึงกว่า 400 ชนิดให้เลือกสรร 

The pairing: ลองชิมลาซานญ่าเวอร์ชัน 2017 ของเชฟ Borra แกล้มไวน์ Nebbiolo Juvenia 2015 DOC. Antoniolo ซึ่งมาจากแถบ Gattinara acidity ของไวน์ขวดนี้ช่วยตัดเลี่ยนความมันโดยที่ไม่กลบรสชาติของอาหารแต่อย่างใด

Enoteca - ซอย สุขุมวิท 27, 02-258-4386, เปิด จันทร์-อาทิตย์ 18.00–24.00 น.

ลาซานญ่า เวอร์ชัน 2017 ของเชฟ Borra
ลาซานญ่า เวอร์ชัน 2017 ของเชฟ Borra
Fireplace Grill & Bar

The restaurant: ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1966 ห้องอาหาร Fireplace Grill and Bar คือสเต๊กเฮาส์ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานที่สุดอีกแห่งของกรุงเทพฯ ห้องอาหารแห่งนี้ได้รับการดูแลจากเชฟ Sebastian Reischer แขกของร้านสามารถชมกรรมวิธีการปรุงอาหารแบบย่างด้วยถ่านไม้ได้อย่างเพลิดเพลินจากครัวแบบเปิดของที่นี่ รายการอาหารของทางร้านอุดมไปด้วยตัวเลือกของเนื้อที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นจานคลาสสิกหรือร่วมสมัย เช่นเดียวกับอาหารทะเลซึ่งใช้วัตถุดิบคุณภาพชั้นเลิศส่งตรงจากหลากหลายประเทศทั่วโลก ก่อนจะสั่งสเต๊กมารับประทานก็อย่าลืมสั่งซุปล็อบสเตอร์บิส และแครปซูเซตต์เป็นของหวานตบท้าย

The pairing: เนื้อวากิวติดซี่โครง 58C ฟัวกราส์ย่างกระทะ คื่นช่ายฝรั่งบด และเยลลี่พอร์ตไวน์ จับคู่กันได้ดีกับ Le Plan ปี 2012 ซึ่งมีส่วนผสมของ Grenache, Syrah และ Mourvedre ที่มาจาก Gigondas ทางตอนใต้ของ Rhône Valley ประเทศฝรั่งเศส กลิ่นหอมอะโรมาของเบอร์รี่ป่าเข้ากันได้เป็นอย่างดีกับฟัวกราส์ ทั้งความเด่นชัดในรสชาติและรสฝาดของแทนนินที่อยู่ในไวน์ตัวนี้ยังช่วยตัดเลี่ยนความมันและชูรสเนื้อวากิวเข้มข้นเต็มรสชาติได้อีกด้วย

Fireplace Grill and Bar - 937 ถนน เพลินจิต ลุมพินี , 02-656-044 ต่อ 5505, มื้อเที่ยง (จันทร์-ศุกร์) 12.00 - 14.30 น. มื้อเย็น (ทุกวัน) 18.30 - 22.30 น.

เนื้อวากิวติดซี่โครง 58C ฟัวกราส์ย่างกระทะ คื่นช่ายฝรั่งบด และเยลลี่พอร์ตไวน์
เนื้อวากิวติดซี่โครง 58C ฟัวกราส์ย่างกระทะ คื่นช่ายฝรั่งบด และเยลลี่พอร์ตไวน์

New York Steakhouse
The restaurant:
เนื้อนำเข้าคุณภาพเยี่ยมจากหลายแหล่งผลิตในต่างประเทศ คือหัวใจสำคัญของสเต๊กเฮาส์แห่งนี้ คุณสามารถสั่งเนื้อที่ส่งตรงมาจากทั้งญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และสหรัฐอเมริกา เช่นเดียวกันกับอาหารทะเลที่มีให้เลือกหลากหลายเช่นกัน ห้องอาหารตกแต่งให้มีบรรยากาศสเต๊กเฮาส์สไตล์คลาสสิกสุดหรูด้วยผ้าปูโต๊ะสีขาว เก้าอี้ไม้บุเบาะหนัง และเฟอร์นิเจอร์ไม้สไตล์นิวยอร์ก นอกจากนี้ทางร้านยังอุดมไปด้วยไวน์หลากหลายให้เลือกสั่งรับประทานคู่กับสเต๊กจานโปรด

The pairing: มาสเต๊กเฮาส์สไตล์อเมริกันทั้งทีก็ต้องจัดทั้งเนื้อและไวน์อเมริกัน ลองสั่งเนื้อ U.S. ฟิเลมิยง ซึ่งไปด้วยกันได้ดีกับไวน์แดง Alexander Valley Estate Cabernet Sauvignon จากแถบ Sonoma Country

New York Steakhouse - ชั้น 2 โรงแรม เจ ดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ , เลขที่ 4 ซอยสุขุมวิท 2, 02-656-7700, เปิดบริการ จันทร์ - อาทิตย์ 18.00 – 23.00 น.

เนื้อ U.S. ฟิเลมิยอง
เนื้อ U.S. ฟิเลมิยอง
Rib Room & Bar

The restaurant: บรรยากาศเร่าร้อนด้วยสีแดงสดของเฟอร์นิเจอร์ และสีแดงเฟอร์รารีของครัวเปิดซึ่งตั้งอยู่กลางร้าน ล้อมรอบไปด้วยกรุกระจกที่มองไปแล้วจะพบกับวิวกว้างไกลแบบพาโนรามาของกรุงเทพฯ บรรยากาศแสงสีแดงเย้ายวนใจให้คุณเดินลัดเลาะผ่านไวน์เซลลาร์ เข้าสู่ห้องอาหารซึ่งเชฟ Philippe Gaudal เลือกสรรเฉพาะเนื้อนำเข้าคุณภาพเยี่ยมระดับพรีเมี่ยม อาทิ เนื้อวัวมัตสึซากะจากญี่ปุ่น เนื้อวากิว Australian Stockyard Black Label และเนื้อจาก Ranger Valley ที่เลี้ยงแบบ Grain-fed อายุ 400 วัน นอกจากนี้ทางร้านยังมีเมนูสัตว์ปีก แกะ และอาหารทะเลให้เลือกอีกด้วย 

The pairing: สั่ง Stockyard Black Label Tenderloin กับไวน์ Valpolicella Classico "Bolla" จาก Veneto ในอิตาลี ไวน์แดงอิตาเลียนมีเดียมบอร์ดี้ขวดนี้ไปด้วยกันได้ดียิ่งกับรสสัมผัสเข้มข้นของเนื้อสันมอบสมดุลย์ในรสชาติให้กันได้โดยไม่กลบรสชาติของเนื้อ 

Rib Room & Bar – ชั้น 31 โรงแรม เดอะ แลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ ถนน สุขุมวิท , 02-254-0404. เปิดให้บริการ จันทร์-อาทิตย์ 18.00 – 23.00 น.

เนื้อสันใน Stockyard Black Label
เนื้อสันใน Stockyard Black Label
Rossini's

The restaurant: ห้องอาหารธีมวิลล่าสไตล์ทัสคานีย้อนยุคแต่ร่วมสมัยที่มีเชฟชาวซิซิเลียน Gaetano Palumbo เป็นผู้ดูแล ที่นี่เน้นในเรื่องการอนุรักษ์วัฒนธรรมการปรุงอาหารและการกินอยู่อย่างอิตาเลียน ลูกค้าสามารถที่จะเลือกเมนูซึ่งจัดหมวดหมู่ไว้ตามที่มาของวัตถุดิบหลัก อาทิ The Garden (มังสวิรัติ) The Ocean (อาหารทะเล) และ The Butchery (เนื้อสัตว์) อาหารแต่ละจานได้รับการปรุงอย่างเชี่ยวชาญจนสัมผัสได้ถึงรสชาติอันประณีต เชฟ Palumbo เพิ่มเติมความมีชีวิตชีวาให้กับห้องอาหารแห่งนี้ด้วยรสเลิศล้ำของอาหาร อย่างเมนูแซลมอนรมควันกลิ่นโรสแมรีกับครีมพาร์เมซาน ผักดอง และหัวหอม เสิร์ฟมาในชามแก้วที่รมกลิ่นให้หอมด้วยควันอบ

The pairing: แม้อาหารจานง่ายๆ อย่างพาสต้าก็ได้รับความใส่ใจอย่างที่สุดจากเชฟ สะท้อนผ่านรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่าง พาสต้า Tagliatelle ในซอสแกะ ถั่วลันเตา ชีสเพโคริโน และมินต์ จานนี้เข้ากันได้ดียิ่งกับ Sangiovese Vintage 2014 ORA, DOC ที่มาจาก San Patrignano ดื่มด่ำกับรสละเมียดของไวน์แดง และองุ่น Sangiovese รสชาติผลไม้และ acidity ของไวน์ตัวนี้สามารถสร้างสมดุลย์แห่งรสชาติให้กับเนื้อแกะและชีสเพโคริโน ทั้งกลิ่นรองหรือ secondary notes ของไวน์ที่ทำให้นึกถึงชะเอมก็ยังเข้ากันได้ดีกับวิธีการปรุงของเชฟ

Rossini’s - โรงแรม เชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท , 250 ถนนสุขุมวิท , 02-649-8364, เปิดให้บริการ จันทร์ - ศุกร์ 12.00-14.30 น., อาทิตย์ 12.00-15.00 น., จันทร์-อาทิตย์ 18.00-22.30 น.

พาสต้า Tagliatelle ราดซอสแกะ
พาสต้า Tagliatelle ราดซอสแกะ

Uno Mas
The restaurant: บนชั้น 54 ของโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ วิวสูงใจกลางเมือง ห้องอาหารแห่งนี้เป็นจุดสวยงามที่สุดอีกแห่งของกรุงเทพฯ ที่นี่มีไวน์เซลลาร์ขนาดใหญ่ซึ่งเก็บไวน์ไว้มากกว่า 2,000 ขวด ลูกค้าส่วนใหญ่มักเลือกที่จะเริ่มต้นมื้อแบบเบาๆ โดยการพบปะพูดคุยกันที่โซน Tapas & Raw Bar แล้วจึงค่อยย้ายไปนั่งทานมื้อค่ำชมวิวกันในโซนเปิดโล่ง หรือจะเลือกเพลิดเพลินมื้อค่ำในไวน์เซลลาร์ก็ย่อมได้ เมนูของเชฟ Joan Tanya Dot เป็นอาหารที่เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ ซึ่งหารับประทานได้ยากในกรุงเทพฯ เช่น เมนูหมูหันทั้งตัวอันเลื่องชื่อ และอาหารจานแกะ

The pairing: สเต๊กหมู Iberico ส่วน Presa (ส่วนพิเศษในสันคอ) ของที่นี่ เลือกเนื้อส่วนที่ดีที่สุดจากแคว้น Iberia นำมาหุ้มด้วย Black ink paella ก่อนจะนำไปอบกรอบ ทำให้เนื้อยังคงความชุ่มฉ่ำ ทั้งยังไปด้วยกันได้ดีอย่างแสนวิเศษกับ ไวน์ Finca Dofí, Álvaro Palacios, Priorat 2012 มอบรสสัมผัสอันหอมหวานล้ำลึกกระจายในปาก แม้จะเข้มแต่ก็เปี่ยมไปด้วยรสชาติแห่งชีวิตชีวา ด้วยกลิ่นของเครื่องเทศ ราสเบอร์รี่ รสเชอร์รี่ฝาดเล็กน้อย และความหอมหวานของดอกไม้ 

Uno Mas - ชั้น 54 โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ถนนพระราม 1, 02-100-1234, เปิดให้บริการ จันทร์-อาทิตย์ 11.30 - 14.30 น. และ 16.00 - 01.00 น.

สเต๊กหมู Iberico
สเต๊กหมู Iberico

ไวน์ชั้นดีสามารถช่วยยกระดับความอร่อยให้กับอาหาร และร้านอาหารชั้นนำเหล่านี้ต่างก็เชี่ยวชาญในเรื่องการจับคู่ไวน์กับอาหารเป็นอย่างดี ยิ่งไปกว่านั้นอย่าลืมดื่มด่ำไปกับสิทธิพิเศษที่มอบให้กับสมาชิกผู้ถือบัตรเครดิตซิตี้ ซึ่งจะทำให้มื้อนี้เป็นมื้อพิเศษอันน่าจดจำ

บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจากบัตรเครดิตซิตี้

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบัตรเครดิตซิตี้ กรุณาเยี่ยมชมที่เว็บไซต์ www.citibank.co.th
#ทุกมื้อต้องจัดด้วยบัตรซิตี้

CITI CREDIT CARD Facebookwww.facebook.com/CitiThailand 
เชื่อมต่อกับ CITI CREDIT CARDCiti Line

แชร์บน:
ลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลข่าวสารจาก มิชลิน ไกด์
อยู่ด้านบนของร้านอาหารที่ดีที่สุด, ไลฟ์สไตล์, อีเวนต์ต่างๆ ในเมืองของคุณ