เลือกตัวเลือกที่คุณต้องการ

มิชลิน ไกด์ กรุงเทพ

แชร์

กรุงเทพฯ: จุดหมายด้านอาหารระดับโลก


กรุงเทพฯ เป็นอีกหนึ่งเมืองสำคัญในเอเชียที่ได้รับการกล่าวขานมานานถึงความโดดเด่นด้านอาหาร เช่นเดียวกับสิงคโปร์ เซี่ยงไฮ้ โซล ฮ่องกง เกียวโต โอซากา และโตเกียว

เมืองหลวงของประเทศไทยที่มีชีวิตชีวาแห่งนี้มีอาหารรสเลิศให้เลือกมากมายหลายรูปแบบ ตั้งแต่อาหารริมทางไปจนถึงอาหารระดับหรูซึ่งรังสรรค์โดยเชฟชาวไทยและเชฟชาวต่างชาติที่มีชื่อเสียง

ด้วยการสนับสนุนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักระดับโลก ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับกรุงเทพฯ หรือ MICHELIN Guide Bangkok จะคัดเลือกและนำเสนอร้านอาหารที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่

Ÿ คู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับกรุงเทพฯ ในรูปแบบสิ่งพิมพ์และดิจิตอล ซึ่งจะจัดทำในช่วงครึ่งหลังของ
ปี 2560 โดยการดำเนินงานอย่างเป็นอิสระและไม่เปิดเผยตัวของทีมผู้ตรวจสอบร้านอาหารของคู่มือ
‘มิชลิน ไกด์’

Ÿ กิจกรรมด้านอาหารที่นำเสนอร้านอาหารชั้นนำในท้องถิ่นและเชฟชาวต่างชาติที่ได้รับการจัดอันดับใน
คู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’

Ÿ บทความเกี่ยวกับอาหารเชิงไลฟ์สไตล์ในรูปแบบดิจิตอลซึ่งพรั่งพร้อมด้วยข้อมูลที่ออกแบบมาเพื่อ
ส่งเสริมให้ผู้อ่านมีปฏิสัมพันธ์กับเนื้อหา และสนับสนุนคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับกรุงเทพฯ

ไขปริศนาความเชื่อเกี่ยวกับคู่มือ มิชลิน ไกด์

ความเชื่อ 1 : คู่มือ มิชลิน ไกด์ เป็นการจัดอันดับเชฟชั้นนำ

ข้อเท็จจริงที่หลายคนไม่รู้ก็คือ “เชฟมิชลินสตาร์” นั้นไม่มีอยู่จริง

การเป็นเชฟในร้านอาหารที่ได้ดาวมิชลิน หรือแม้แต่การเป็นเจ้าของร้านอาหารที่ได้รับรางวัลดาวมิชลิน 3 ดวง ไม่ได้ทำให้คนๆ นั้นกลายเป็น “เชฟมิชลินสตาร์” ได้ เพราะในทางเทคนิคแล้วไม่มีชื่อรางวัลนี้
แต่อย่างใด

คู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ มอบดาวให้กับร้านอาหารโดยพิจารณาจากคุณภาพของอาหารที่ให้บริการ ไม่ได้มอบให้แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง นอกจากนี้ อาหารที่ติดอันดับโลกมักเป็นผลงานที่เกิดจากความร่วมแรง
ร่วมใจของทีมงานในครัวทั้งทีม ไม่ใช่ของผู้หนึ่งผู้ใดเพียงลำพัง

คู่มือนี้มีการปรับเปลี่ยนข้อมูลทุกปี และร้านอาหารที่เคยได้รับรางวัลดาวมิชลินก็มีโอกาสสูญเสียดาว
มิชลินไปได้ ในกรณีที่ร้านหยุดให้บริการในช่วงที่มีการประเมินร้านอาหารหรือไม่สามารถรักษามาตรฐานเอาไว้ได้

ดาวมิชลินไม่ได้เป็นรางวัลติดตัวเชฟ และไม่สามารถโอนไปยังร้านอาหารแห่งอื่นที่เชฟคนเดียวกันเป็นเจ้าของได้ เชฟที่ออกจากร้านอาหารที่ได้รับดาวมิชลิน 3 ดวงในญี่ปุ่นเพื่อย้ายมาเปิดร้านอาหารแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ ไม่อาจเรียกว่าเป็น “เชฟมิชลินสตาร์” ได้ เช่นเดียวกัน หากร้านอาหารที่ได้รับดาว

มิชลินในฮ่องกงขยายสาขามาเปิดที่กรุงเทพฯ ร้านสาขาก็ไม่อาจเรียกว่าเป็น “ร้านอาหารดาวมิชลิน” ได้

ในทางกลับกัน ร้านอาหารที่ได้รับดาวมิชลินจะไม่สูญเสียดาวเมื่อหัวหน้าเชฟลาออกจากร้านระหว่างปีและมีเชฟใหม่เข้ามาแทนที่

ความเชื่อ 2 : คู่มือ มิชลิน ไกด์ ไม่ได้นำมาตรฐานการให้บริการของร้านอาหารมาพิจารณาในการจัดอันดับ

แม้จะเป็นเรื่องจริงที่การมอบดาวมิชลินให้กับร้านอาหารจะพิจารณาจากคุณภาพของอาหารแต่เพียงอย่างเดียว แต่กระนั้นการจัดอันดับในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ก็ไม่ได้มีแค่เรื่องของการมอบรางวัลดาวมิชลินเท่านั้น

ทีมผู้ตรวจสอบร้านอาหารของ ‘มิชลิน ไกด์’ ทราบดีว่า บรรยากาศของร้านและการใส่ใจให้บริการของพนักงาน ส่งผลต่อประสบการณ์และความรื่นรมย์ในการรับประทานอาหารไม่น้อยไปกว่าอาหารที่นำมาเสิร์ฟ

ดังนั้น จึงมีการจัดกลุ่มประเภทที่เรียกว่า Covers (หรือ Couverts ในภาษาฝรั่งเศส) ขึ้น โดยใช้สัญลักษณ์รูปส้อมและมีด ในการจัดอันดับร้านอาหารและสัญลักษณ์รูปตึก ในการจัดอันดับโรงแรม เพื่อบ่งบอกถึงระดับความสะดวกสบายและคุณภาพของสถานประกอบการนั้นๆ

สถานประกอบการอาจได้รับรูปสัญลักษณ์ 1 รูปเพื่อแสดงให้ทราบว่าเป็นร้านอาหารที่สะดวกสบาย ไปจนถึง 5 รูปเพื่อแสดงว่าเป็นร้านอาหารสุดหรู รูปสัญลักษณ์เหล่านี้อาจปรากฏเป็นสีดำหรือสีแดง โดย สีดำหมายถึงได้มาตรฐานปกติ ขณะที่สีแดงหมายถึงมีความสะดวกสบายมากเป็นพิเศษ

ความเชื่อ 3 : คู่มือ  มิชลิน ไกด์ ’ จัดอันดับโดยเอนเอียงไปทางอาหารฝรั่งเศส

คู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ มีผู้ตรวจสอบร้านอาหารเป็นพนักงานประจำ โดยมีหน้าที่รับผิดชอบในการสำรวจและประเมินร้านอาหารและที่พักมากกว่า 40,000 แห่งในกว่า 25 ประเทศทั่วทั้ง 4 ทวีป ผู้ตรวจสอบจำนวนมากสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนการโรงแรมและการท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลก พวกเขาอาศัยอยู่ในทวีปต่างๆ ทั่วโลก และเปิดกว้างพร้อมรับความหลากหลายของอาหารจากวัฒนธรรมอื่นๆ

ด้วยเหตุนี้ คู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ จึงให้ความสำคัญกับความแตกต่างหลากหลายของอาหารในแต่ละท้องถิ่นเช่นกัน ดังที่สะท้อนให้เห็นจากความหลากหลายของรูปสัญลักษณ์ที่นำมาใช้ คู่มือฉบับบางเขตพื้นที่ เช่น ประเทศสเปน ได้มีการนำสัญลักษณ์รูปไวน์และไม้จิ้มฟันมาใช้ในการจัดอันดับสำหรับร้านอาหารสไตล์ “บาร์ของว่าง” หรือ “ทาปาส บาร์” (Tapas Bar) ขณะที่คู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับประเทศอังกฤษและไอร์แลนด์ใช้สัญลักษณ์รูปเหยือกเบียร์ในการจัดอันดับสำหรับร้านอาหารสไตล์ผับ 
ชั้นดี

นอกจากนี้ ร้านอาหารที่มีรายการเครื่องดื่มประเภทไวน์ สาเก และค็อกเทล ที่โดดเด่น จะได้รับสัญลักษณ์รูปองุ่น ขวดเหล้าสาเก และแก้วค็อกเทล ในการจัดอันดับ

ความเชื่อ 4 : คู่มือ  มิชลิน ไกด์  จัดอันดับร้านอาหารรสเลิศที่หรูหราเท่านั้น

ผู้ที่ชื่นชอบการต่อรองราคาน่าจะดีใจที่ได้ทราบว่า คู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ไม่ได้จัดอันดับเฉพาะร้านอาหารที่มีบรรยากาศหรูหรางดงามเท่านั้น

ที่ผ่านมา ร้านอาหารทั่วโลกที่ได้รับดาวมิชลินมีหลายกลุ่มประเภท แต่การมอบรางวัลดาวมิชลินให้กับ ‘ทิม โฮ วาน’ (Tim Ho Wan) ร้านติ่มซำเล็กๆ ในย่านมงก๊กของฮ่องกง เมื่อปี 2553, ‘ฮอกเกอร์ ชาน’ (Hawker Chan) ร้านข้าวไก่ซีอิ๊วสูตรฮ่องกงในสิงคโปร์ เมื่อปี 2559 และ ‘ซึตะ’ (Tsuta) ร้านอาหารสไตล์บาร์ราเมนริมทางกลางกรุงโตเกียวที่ขายราเมนเพียง 1,100 เยนต่อชาม เมื่อปี 2558 เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าอาหารที่ดีไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงเสมอไป

สำหรับนักชิมที่มองหาของอร่อยในราคาย่อมเยา ได้มีการเพิ่มรางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’ (Bib Gourmand) ในปี 2498 เพื่อมอบให้กับร้านอาหารคุณภาพที่นำเสนออาหาร 3 คอร์สในราคาปานกลาง โดยมีราคา 
ไม่เกิน 36 ยูโร สำหรับร้านอาหารในประเทศฝรั่งเศส สเปน และอิตาลี, 37 ยูโร สำหรับร้านอาหารในเบลเยียม, เนเธอร์แลนด์ และเยอรมนี, 28 ปอนด์สำหรับร้านอาหารในอังกฤษและไอร์แลนด์, 40 เหรียญสหรัฐ สำหรับร้านอาหารตามเมืองต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา, 300 เหรียญฮ่องกงในฮ่องกง และ 5,000 เยนในกรุงโตเกียว

ในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับปารีส เล่มล่าสุดประจำปี 2559 ได้มีการเพิ่มรางวัลใหม่ที่เรียกว่า ‘ลาสเซียต’ (L’Assiette) ในภาษาฝรั่งเศส หรือ ‘เดอะ เพลท’ (The Plate) ในภาษาอังกฤษ เพื่อมอบให้กับร้านอาหารที่นำเสนอ “อาหารง่ายๆ ที่ได้คุณภาพ” ซึ่งไม่ได้รับรางวัลดาวมิชลินและรางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’

ความเชื่อ 5 : ผู้ตรวจสอบของ  มิชลิน ไกด์ ’ ไม่ได้ปกปิดตัวตนเสมอไป

การปกปิดตัวตนของผู้ตรวจสอบประจำ ‘มิชลิน ไกด์’ ไว้เป็นความลับนั้นเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อให้พวกเขาสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างเป็นกลางและเป็นอิสระอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีสมาชิกในทีมผู้ตรวจสอบประจำ ‘มิชลิน ไกด์’ อาจเปิดเผยตัวตนเพื่อทำการเข้าสำรวจอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะทำให้สามารถขอข้อมูลล่าสุด ตลอดจนเอกสารสำหรับแจกผู้สื่อข่าว อาทิ เมนูอาหาร รวมถึงรูปภาพของร้านอาหารและโรงแรมได้ แต่เมื่อผู้ตรวจสอบเปิดเผยตัวตนให้ 

สถานประกอบการแห่งหนึ่งแห่งใดทราบเพื่อขอเข้าสำรวจอย่างเป็นทางการแล้ว ผู้ตรวจสอบรายนั้นจะไม่มีส่วนร่วมในการประเมินสถานประกอบการแห่งนั้นอีกต่อไป โดยสมาชิกในทีมรายอื่นจะเป็น 
ผู้ประเมินจากการเข้าสำรวจและประเมินผลโดยไม่เปิดเผยตัวตน

ผู้ตรวจสอบของ ‘มิชลิน ไกด์’ จะเข้าสำรวจสถานประกอบการทุกแห่งที่ได้รับคัดเลือกทุกๆ 18 เดือนเป็นอย่างน้อย โดยเข้าตรวจประเมินสถานประกอบการที่ได้รับดาวมิชลินและรางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’ ได้บ่อยมากตามความจำเป็น ทั้งนี้ ร้านอาหารไม่ต้องจ่ายเงินและไม่สามารถจ่ายเงินเพื่อให้มีรายชื่ออยู่ในคู่มือ 
‘มิชลิน ไกด์’ ได้

แชร์บน:
ลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลข่าวสารจาก มิชลิน ไกด์
อยู่ด้านบนของร้านอาหารที่ดีที่สุด, ไลฟ์สไตล์, อีเวนต์ต่างๆ ในเมืองของคุณ